รีวิวหนัง Sonic the Hedgehog 2 (2022)

 

นี่คงจะเปลี่ยนเป็นแฟรนไชส์หนังอันมีคุณค่าอีกหัวข้อในยุคนี้ที่คลอดออกมาทันเสิร์ฟดีจังเพราะเหตุว่าแค่เพียงไม่กี่อึดใจในอีก ปีต่อมาพวกเราก็ได้มองภาคใหม่ของหนังชุดนี้กันแล้วกับ “Sonic the Hedgehog 2” ภาคต่อของหนังปี 2020 ซึ่งสามารถมาเพื่อลบล้างอาถรรพณ์หนังจากวิดีโอลงได้อย่างราบคาบ แล้วก็การกลับมาในคราวนี้เจ้าเม่นเร็วปานสายฟ้านั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แถมยังยกกำลังสามในส่วนของความสนุกสนานอีกด้วย

Sonic the Hedgehog 2 ได้เล่าราวสม่ำเสมอจากภาคที่แล้ว ภายหลังที่ย้ายมาลงหลักปักฐานที่กรีน ฮิลส์ แล้ว โซนิค ก็ต้องการจะพิสูจน์ตนเองว่าเขาเป็นวีรบุรุษที่จริงจริง การทดลองเริ่ม เมื่อ ดร.โรบ็อตนิค กลับมากับผู้ช่วยเหลือใหม่ อย่าง นัคเคิลส์ พวกเขากลับมาค้นหามรกตที่มีพลังสำหรับเพื่อการทำลายอารยธรรม โซนิคจะต้องร่วมกลุ่มกับสหายใหม่อย่าง เทลส์ พวกเขาด้วยกันเริ่มเดินทางท่องโลก เพื่อค้นหามรกตก่อนที่จะมันจะตกไปอยู่ในมือของคนร้าย

ก็อย่างที่เกริ่นเอาไว้แล้วว่า Sonic the Hedgehog 2 อารมณ์เสมือนมองละครแล้วมีประชาสัมพันธ์ยาวมากั้นไว้ เพราะเหตุว่าหนังเปิดเรื่องขึ้นมาก็ไม่รีรออะไรอะไรก็ตามทั้งหมด เดินเรื่องราวจากที่ตบท้ายไว้ภายในเมื่อภาคก่อนแบบไม่เสียเวล่ำเวลา ผู้ชมแทบลืมรอยต่อระหว่างหนังภาคแรกกับภาคนี้ไปโดยปริยาย เพราะเหตุว่ามีจุดที่เชื่อมโยงกันได้อย่างแนบเนียนจริงๆ

รวมทั้งในภาคนี้ก็ยังคงได้โอกาสมนักแสดงและก็กลุ่มผู้ผลิตชุดเดิมกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา เจฟฟ์ ฟาวเลอร์” ยังคงดวงขึ้นกับผลงานที่เขาเริ่มเอาไว้เจริญตลอด ทำให้การถ่ายทอดและก็การทำงานในหนังหัวข้อนี้ค่อนข้างจะลื่นไหลกว่าเดิม และก็เขายังนำเอาความสร้างสรรค์แล้วก็วิสัยทัศน์ที่พรีเซ็นท์ออกมาในพื้นที่กว้างใหญ่ขึ้น ขยายพื้นที่ของจักรวาลที่นี้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างเหมาะควรอย่างยิ่งจริงๆ

Sonic the Hedgehog 2 บางทีก็อาจจะมิได้มีอะไรที่แปลกใหม่มากมายสักเท่าไหร่ แต่ว่าก็ตอกย้ำซ้ำเติมอารมณ์ความเป็นหนังภาคต่อและก็ภาคต่อเนื่องได้อย่างกลมกลืน แม้ว่าจะไม่ค่อยมีตัวละครใหม่เข้ามาเสริมกองทัพเท่าไรนัก แต่เพียงเพียงแค่การเสริมกลุ่มด้วย นัคเคิลส์ กับ เทลส์ ของภาคนี้ก็นับว่ามาช่วยเติมเต็มจักรวาลโซนิคให้อดทนได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว รวมทั้งนักแสดงแอนิเมชั่นที่ใส่เข้ามาเพิ่มนั้น ก็จัดว่าทำออกมาได้ค่อนข้างจะเยี่ยมที่สุด ผู้ชมจะรู้สึกอิ่มเอมไปกับการเสี่ยงภัยของพวกเขาอย่างดีเยี่ยม

ถึงแม้ว่าในภาคนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นหนังครอบครัวใสแบบไม่มีพิษไม่มีภัยดังเช่นเดิม เป็นหนังที่เด็กมองได้แล้วก็ผู้ดูแลก็เพลิดเพลินเจริญใจตามบุตรหลานไปได้ แต่ว่าเนื้อหนังก็ไม่ถึงกับจะเป็นหนังของเด็กโดยยิ่งไปกว่านั้นอะไร เนื่องจากว่ารายละเอียดและก็เค้าเรื่องของหนังจัดว่ามาปฏิบัติหน้าที่ขยายจักรวาลที่นี้ให้กว้างเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็พวกเราก็เริ่มจะได้สัมผัสมองเห็นถึงความใหญ่โตของจักรวาลที่นี้ในอนาคตได้ลางแล้ว

ดารากลุ่มนักบรรยายก็ยังทำผลงานออกมาได้ถูกใจดี ไม่ว่าจะเป็น เบน ชวาร์ตซ์” เสริมกองทัพด้วย ไอริส อัลบา” แล้วก็ คอลลีน โอ‘ชอกเนสซีย์” พวกเขาถ่ายทอดเสียงออกมาได้เข้ากันและก็จังหวะดีกันเป็นกลุ่ม ภาคนี้แทรกสอดมุกจิกกัดเสียดสีเข้ามาเบาๆพอให้ได้เรียกเสียงหัวเราะแล้วก็อารมณ์ขันได้เป็นช่วงๆรวมทั้งกลุ่มบรรยายเสียงชุดนี้จะต้องยกนิ้วให้เลย

Related Posts