ดูหนัง Love Like the Falling Petals (2022) ใบไม้ผลิที่ไม่มีเธอเป็นซากุระ

 

เป็นหนังที่เหมาะสมกับระยะเวลานี้จริงๆด้วยเหตุว่าเป็นตอนๆที่สายหนาวเบาๆเลือนลางจางหายไป รวมทั้งดอกไม้กำลังจะเบ่งบานกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกรอบ เหมือนกันกับ ดอกซากุระที่ประเทศญี่ปุ่นก็กำลังจะมีดอกสวยน่าอัศจรรย์งานในช่วงนี้ นี่จุดเป็นจังหวะที่สมควรที่กำลังจะได้ดูหนังรัก “Love Like the Falling Petals” (ใบไม้ผลิที่ไม่มีคุณเป็นซากุระที่มากับความรักหวานความเกี่ยวเนื่องเนิบๆเป็นสไตล์หนังรักดราม่าช้าๆแบบประเทศญี่ปุ่น

Love Like the Falling Petals เกิดเรื่องราวของ ฮารุโตะ อาซะกุระ หลงรักกับสาวช่างแต่งผม ไม่ซากิ อาริอะเกะ ตั้งแต่ตอนแรกเจอ ทำให้เขาเก็บความอาจหาญที่จะชักชวนคุณออกเดต แม้กระนั้นปรากฏว่ากรรไกรได้ตัดฉับเข้าที่เข้าทางใบหูของเขาในบัดดลไม่ซากิจริงจังตั้งอกตั้งใจที่ต้องการจะประสบผลสำเร็จในอาชีพช่างเสริมสวย แต่ว่าในเวลาที่ฮารุโตะที่แทบจะทิ้งความฝันการเป็นช่างถ่ายภาพอาชีพไป แต่ว่าคุณมาช่วยเติมเต็มและก็ทำให้เขาไขว่คว้าฝันอีกที แต่ว่าราว่าคุณถูกวิเคราะห์เป็นโรคแก่ก่อนวัยอันควรจะ เนื่องจากว่าอายุรวมทั้งตอนวัยของคุณจะรีบสปีดเร็วกว่าคนธรรมดาถึง 10 เท่า

หนังประเด็นนี้ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมาจากนิยายรักประเทศญี่ปุ่นขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าที่มีชื่อเดียวกันของ เคอิซุเกะ อูยามะ” โดยได้ผู้กำกับหนังฟีลกู้ด “โยชิฮิโระ ฟูกะงะวะ” (จาก Finding Calico กลับไปอยู่บ้านเถิดนะเจ้าเหมียวที่มาในคราวนี้ยังคงถ่ายทอดด้วยความเป็นหนังดราม่าออกมาได้ในต้นแบบสูตรสำเร็จฉบับประเทศญี่ปุ่นโดยแท้จริง หนังมีมุมกล้องถ่ายรูปและก็มุมภาพที่บาดใจ การใช้สีธรรมชาติเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนประกอบอารมณ์ของหนัง จัดว่าทำออกมาได้ออกจะดี รวมทั้งช่วยบิ้วท์อารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม

แม้กระนั้นกลับโชคร้ายที่ตัวหนังในรูปภาพรวมแล้ว ยังไม่ค่อยน่าสนใจดวงใจแล้วก็บีบคาดคั้นอารมณ์ผู้ชมได้ซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุว่าความจำเจของหนังที่เสมือนจะอุตสาหะอย่างมากที่จะเรียกน้ำตาจากผู้ชมให้ได้ แปลงเป็นการคะเนคั้นอารมณ์ที่ทำออกมาได้ยังไม่สุดทาง แล้วก็ความเนิบช้ารวมทั้งยาวย้วยของตัวหนังก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รอบ่อนทำลายอารมณ์ทั้งหมดทั้งปวงไปด้วย หนังสามารถกระชับได้มากกว่านี้ด้วย กลับลากยาวมาเป็นหนัง ชั่วโมงที่ผู้ชมแทบจะใจจะขาด

โครงเรื่องของ Love Like the Falling Petals จะบอกตรงๆก็คือออกจะเชยและก็น้ำเสียสไตล์หนังรักประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้แตกต่างกับหนังเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาเลย กับพล็อตกล้วยๆที่สร้างสตอปรี่ให้พระเอกนางเอกมาพบกันในเหตุการณ์แปลกแบบประเทศญี่ปุ่น แล้วต่อจากนั้นก็ปรับปรุงความเกี่ยวพันรวมทั้งลากไปถึงเงื่อนดราม่าที่ออกมาจากเหนือจินตนาการไปสักนิดสักหน่อย มองโดยรวมและก็จัดว่าไม่มีอะไรที่รู้สึกทำให้ว้าวแล้วก็สร้างความแปลกใหม่ใดๆก็ตามท้ายที่สุดก็เปลี่ยนออกมาเป็นเพียงแต่หนังรักดราม่าปกติเรื่องหนึ่ง ที่ยังไม่ค่อยมีอะไรให้น่าจำนัก

ทางด้านการแสดงก็นับว่าคู่พระนาง เคนโตะ นากาจิมะ” กับ โฮโนกะ มัตสึโมโตะ” ทำออกมาได้ดิบได้ดีตามมาตรฐานของทั้งสอง พวกเขาสามารถประครอบครองเสน่ห์ของผู้แสดงแล้วก็หน้าที่ที่ได้รับเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เพียงแอบผิดหวังน้อยที่ในรูปภาพรวมนั้น ความพากเพียรจะดราม่าในส่วนของการเล่าเรื่องนั้น ไม่สามารถที่จะสนับสนุนพร้อมกันกับไปการแสดงของดาราสักเท่าไหร่ ค้างแรกเตอร์ยังมองขาดเกินรวมทั้งยังกำเนิดความห่างเหินระหว่างนักแสดงกับผู้ชมเป็นช่องว่างที่เว้นเอาไว้อยู่

สรุปว่าในรูปภาพรวมนั้น Love Like the Falling Petals ก็เป็นหนังสูตรสำเร็จที่อย่างไรก็ขายได้จากประเทศญี่ปุ่น เป็นความรักดราม่าเรียกน้ำตา กลับยังไม่อาจจะทำให้ผู้ชมร้องไห้ได้สักเท่าไหร่ เค้าเรื่องก็ออกแนวเพ้อสไตล์ประเทศญี่ปุ่นขา กล่าวโทษสดใหม่ในหนังประเด็นนี้แทบยังไม่พบ การเล่าเรื่องที่ช้าเนิบแล้วก็อืดอาดของหนังก็พลอยผลักอารมณ์ของหนังไปตาม ร้ายยิ่งกว่านั้นบางครั้งก็อาจจะพาทำให้ผู้ชมยังไม่เคยทราบสึกอินไปกับความรักระหว่างคู่พระนางเลยด้วย เพราะว่าตอนต้นเล่าได้กระชับ แต่ว่าดันมาย้วยตั้งแต่ระหว่างทางเป็นต้นไป

โดยสรุปแล้ว Love Like the Falling Petals ก็น่าจะเป็นหนังรักปกติ ที่เหมาะสมกับบรรยากาศขณะนี้ แต่ว่าหนังยังไม่มีอะไรให้เป็นที่น่าจำสักเท่าไหร่ เสมือนได้ย้อนกลับไปดูหนังรักประเทศญี่ปุ่นเมื่อสัก 10 ปีกลาย พล็อตบ่อยๆขายดราม่าย้วยเป็นอะไรที่พอได้ฆ่าเวลา และไม่ได้น่าจำจนกระทั่งต้องการจะจับมาเปิดมองซ้ำสักเท่าไหร่...

Related Posts